สิ่งที่พ่อแม่ต้องระวัง !! . . . ก่อนพาลูกไปสแกนหน้า นิ้ว ม่านตา

Biometrics for Kids การใช้ไบโอเมตริสำหรับเด็ก

รู้ไหม❓การใช้ไบโอเมตริสำหรับเด็ก ต้องระวังเป็นพิเศษ‼️ ทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูลและสิทธิของเด็ก

📌 คำถามที่พ่อแม่ต้องถาม จนท. ก่อนลูกถูกสแกนหน้า นิ้ว หรือม่านตา

  1. เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน เก็บนานเท่าไร (Retention Period)
  2. เก็บแค่รหัส/เทมเพลต (Template) หรือเก็บภาพต้นฉบับ (Raw Image) ด้วย
  3. มีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน
  4. มีใครเข้าถึงข้อมูล (Access Control) ได้บ้าง และใช้กับกิจกรรมไหนบ้าง
  5. จะต้องพาลูกมาเก็บข้อมูลซ้ำ (Re-enrollment) อีกทีเมื่อไหร่

📌 สิทธิของเด็ก ที่พ่อแม่ควรรู้

  1. ต้องมีการขอความยินยอมอย่างชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากผู้ปกครอง ตาม PDPA (พ.ศ.2562) และต้องเคารพสิทธิเด็กตลอดกระบวนการ 💢 ระวัง อย่าเซ็นยินยอมโดยไม่อ่านเงื่อนไข
  2. ต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ (Rights to be Informed) และระยะเวลาการเก็บข้อมูลให้ผู้ปกครองทราบเสมอ
  3. ผู้ปกครองมีสิทธิยกเลิกความยินยอมและร้องขอให้ลบข้อมูล (Rights to be Forgotten) เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อ

📌 สิ่งที่พ่อแม่ควรทราบ สำหรับการใช้งานแต่ละประเภท

1. การจดจำใบหน้า (Face Recognition)

  • ลักษณะใบหน้าเด็ก : โครงหน้าเปลี่ยนเร็ว และการแสดงสีหน้าที่ไม่คงที่
  • ข้อแนะนำการใช้งาน : ให้เริ่มเก็บภาพใบหน้าเมื่ออายุ ≥ 5 ขวบ เพื่อลดอัตราการจับคู่ผิดพลาด (FNMR)
  • การเก็บข้อมูลซ้ำ : ระหว่างอายุ 5-13 ขวบ ให้เก็บซ้ำทุก 6 เดือน
  • ข้อจำกัด : หากระบบแจ้ง Reject บ่อยๆ ทำให้ต้องทำซ้ำ เด็กอาจจะอายหรือหงุดหงิดได้ง่าย
  • การเตรียมตัว : ฝึกให้เด็กแสดงสีหน้าเป็นกลาง (neutral expression) และมองนิ่งที่อุปกรณ์ได้สักระยะเวลาหนึ่ง

2. การจดจำลายนิ้วมือ (Fingerprint Recognition)

  • ลักษณะลายนิ้วมือเด็ก : รูปแบบลายนิ้วมือเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แต่ยังมีคุณภาพต่ำ และจะเริ่มเสถียรเมื่ออายุ 15 ขวบ
  • ข้อแนะนำการใช้งาน : ให้เริ่มเก็บภาพลายนิ้วมือเมื่ออายุ ≥ 6 เดือน เนื่องจากนิ้วที่เล็กและลายนิ้วมือที่ชิดติดกัน จะต้องใช้เครื่องสแกนที่มีความละเอียดสูง (≥ 1000 ppi ขึ้นไป)
  • การเก็บข้อมูลซ้ำ : -ไม่ระบุ- (ขึ้นกับแต่ละหน่วยงาน)
  • ข้อจำกัด : หากมือแห้ง หรือนิ้วมีบาดแผล จะทำให้ระบบแจ้ง Reject ซึ่งมีวิธีลดอาการมือแห้งง่าย ๆ โดยให้ใช้ปลายนิ้วถูที่ฝ่ามือสักครู่ หรือทาโลชั่นบางๆ ที่ปลายนิ้วแต่ห้ามแฉะเกินไป
  • การเตรียมตัว : ฝึกให้เด็กวางนิ้วและปรับแรงกดกับแผ่นผิวเรียบให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากใช้นิ้วโป้ง จะต้องฝึกหมุนข้อมือขึ้นก่อนวางนิ้วโป้งที่แผ่นสแกน

3. การจดจำลายม่านตา (Iris Pattern Recognition)

  • ลักษณะลายม่านตาเด็ก : รูปแบบลายม่านตาคงตัวตั้งแต่ทารก ไม่เปลี่ยนแปลงตามอายุ แต่จะเริ่มเสถียรเมื่ออายุ 8 ขวบ
  • ข้อแนะนำการใช้งาน : ให้เริ่มเก็บภาพม่านตาเมื่ออายุ ≥ 8 ขวบ และต้องระวังแสงอินฟราเรดย่านใกล้ (Near Infrared) ที่ยิงเข้าดวงตา จะต้องมีปริมาณแสงที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสายตาเด็ก
  • การเก็บข้อมูลซ้ำ : -ไม่ระบุ- (ขึ้นกับแต่ละหน่วยงาน)
  • ข้อจำกัด : ระบบแจ้ง Reject เมื่อได้ภาพม่านตาที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการกรอกตาไปมาเร็วๆ หรือแสงสะท้อนจากน้ำตาหลังจากเด็กร้องไห้
  • การเตรียมตัว : ฝึกให้เด็กเปิดตาค้างไว้ประมาณ 2 ชั่วกระพริบตา และฝึกให้เด็กมองจ้องไปที่จุดเดียว

*หมายเหตุ: ระยะเวลาที่เหมาะสมในการ re-enrollment ของไบโอเมตริกแต่ละประเภท ยังขาด longitudinal research กับกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย

อ้างอิง

  • ETDA. (2565). การใช้งานเทคโนโลยีชีวมิติ สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน.เทคโนโลยีชีวมิติ – เล่ม 1: การใช้งานเทคโนโลยีชีวมิติสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน. ขมธอ.29 เล่ม 1
  • ETDA. (2565). การใช้งานเทคโนโลยีชีวมิติ สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน.เทคโนโลยีชีวมิติ – เล่ม 2: การใช้งานเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน. ขมธอ.29 เล่ม 2
  • ETDA. (2565). การใช้งานเทคโนโลยีชีวมิติ สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน.เทคโนโลยีชีวมิติ – เล่ม 3: การใช้งานเทคโนโลยีการรู้จำลายนิ้วมือสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน. ขมธอ.29 เล่ม 3
  • ETDA. (2565). การใช้งานเทคโนโลยีชีวมิติ สำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน.เทคโนโลยีชีวมิติ – เล่ม 4: การใช้งานเทคโนโลยีการรู้จำลายม่านตาสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตน. ขมธอ.29 เล่ม 4
Top